มีใครเคยเจอบ้างคะ กรณีที่ซื้อหนังสือนิยายแปลมา แล้วพบว่าหนังสือเล่มที่ซื้อมาเป็น 1 ในนิยายที่เป็นซีรีย์หลายเล่มจบ ซ้ำร้ายยังไม่ใช่เล่มแรกของซีรีย์อีก?
ใช่ค่ะ กรณีของนิยายเรื่องหน้ากากมรณะของสนพ.เลมอนกรีนนั้นเป็นอย่างนั้น
แม้ว่า จขบ. จะไม่ได้ซื้อนิยายแปลเล่มนี้มาอ่าน และก็คงไม่มีทางซื้อเนื่องมาจากมีฉบับภาษาอังกฤษ จึงไม่รู้ว่าฉบับแปลภาษาไทยจะเป็นอย่างใด...
แต่
แต่
แต่
แต่ที่รู้ก็เพราะเห็นหน้าปกเข้าท่าดี ก็เลยลองเปิดอ่านแสกนด์ดุในร้านหนังสือจึงพบว่าเป้นเรื่องเดียวกันกับ Masquerade ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องหน้ากากมรณะนี้ไม่ใช่นิยายเล่มเดียวจบนะคะ แต่ว่าเป็นซีรีย์ แถมเป็นเล่ม 2 ของซีรีย์ด้วย
อันที่จริง เรื่องนี้ก็คงจะไม่มีอะไรหรอกนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันมีสิ่งหนึ่งค่ะที่จขบ. รับไม่ได้อย่างรุนแรง ซึ่งมาถึงตรงนี้ เราลองมาดูคำโปรยหลังปกของสนพ.กันดีกว่าค่ะ
"เด็กสาววัยรุ่นสกายเลอร์ แวน เอลเล็นกับหนุ่มน้อยโอลิเวอร์เพื่อนซี้เดินทางไปอิตาลี เพื่อค้นหาตาผู้หายสาบสูญให้ช่วยขานไขสาเหตุการตายอันลึกลับของหนุ่มสาวชาวแวมไพร์ขณะที่ทางเมืองนิวยอร์กกำลังเตรียมจัดงานบอลล์เลิศหรูสำหรับผู้ดีเลือดสีน้ำเงินอันมั่งคั่ง ทรงพลังอำนาจ...และมิใช่พวกมนุษย์
อันตรายกล้ำกรายมาในปาร์ตี้สวมหน้ากากหลังงานบอลล์จัดโดยมิมี ฟอร์ซ สาวเจ้าเล่ห์ หน้ากากคือตัวเผยเรื่องราวอันผันแปรชะตาหนุ่มสาวชาวแวมไพร์ไปชั่วนิรันดร เรื่องราวของพวกผู้ดีเลือดสีน้ำเงินเมืองนิวยอร์กที่เต็มไปด้วยความสวย เริด เชิด หยิ่ง...และเป็นแวมไพร์ดูดเลือดเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านสะท้านหวั่นไหวไม่เบาเชียวล่ะ"
คราวนี้ลองมาเทียบกับคำโปรยภาษาอังกฤษดูนะคะ
"Schuyler Van Alen wants an explanation for the mysterious deaths of young vampires. With her best friend, Oliver, Schuyler travels to Italy in the hope of finding the one man who can help--her grandfather. Meanwhile, back in New York, preparations are feverishly underway for the Four Hundred Ball, an exclusive gala hosted by the city's wealthy, powerful, and unhuman--a true Blue Blood affair.
But it's at the after-party, a masquerade ball thrown by the cunning Mimi Force, that the real danger lurks. Hidden behind the masks is a revelation that will forever change the course of a young vampire's destiny.
Rich with glamour, attitude, and vampire lore, this second installment in the Blue Bloods saga will leave readers thirsting for more."
สังเกตไหมคะว่าทางสนพ. ไม่ได้บอกสักคำว่าเรื่องนี้มีเล่มก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่คำโปรยแทบจะแปลมาจากภาษาอังกฤษเลย แต่ดันตัดย่อหน้าสุดท้ายไป
คำถามก็คือ สนพ.ทำไปทำไม? และเพื่ออะไร?
หากการตัดย่อหน้าสุดท้ายกระทำด้วยความจงใจแล้วละก็ จขบ.ขอถือว่านี่เป็นความผิดมหันต์เลยล่ะค่ะ
ลองคิดดูสิคะว่าผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไรถ้ามารู้ตัวว่าหนังสือที่ซื้อไปแท้จริงเป็นเพียงเล่มสอง และสนพ.ก็ยังไม่แปลเล่ม 1 ออกมา ที่สำคัญคือ การโผล่มาแปลเล่ม 2 เลยอาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้ เพราะคำว่า "เลือดสีน้ำเงิน" นี้อาจไม่ได้หมายความว่าผู้ดีเพียงอย่างเดียว (ซึ่งจะว่าเป็นผู้ดีก็อาจใช่ค่ะ เพราะสังคมของตัวละครในเรื่อง จำลองมาจากสังคมไฮโซนิวยอร์ค)

Blue Bloods Masquerade
ถึงตอนนี้มี Spoiled นะคะ หากใครไม่อยากรู้ ข้ามส่วนที่เป็นสีแดงเลยค่ะ
คำอธิบายถึง "เลือดสีน้ำเงิน" ปรากฏอยู่ในเล่มแรกค่ะ ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Blue Bloods" อีกทั้งยังเป็นชื่อของซีรีย์ Blue Bloods อีกด้วย เพราะพวก Blue Blood ก็คือ เหล่าทูตสวรรค์ที่ต้องตกลงจากสวรรค์ มาใช้ชีวิตร่วมกับพวกมนุษย์ หรือ Red Blood แม้ว่าพวก Blue Blood จะเป็นอมตะ แต่ก็จำเป็นจะต้องอาศัยเลือดของ Red Blood เพื่อดำเนินชีวิต (กล่าวคือแวมไพร์ดีๆ นี่เอง) โดยมีศัตรูคือพวก Silver Blood ซึ่งเป็นอดีตทูตสวรรค์เช่นกัน แต่ไปเข้าพวกกับ Lucifer เจ้าชายแห่งสรวงสวรรค์
ในเล่มแรก นางเอก (ที่ชื่ออ่านยากโคตรๆ) ได้เรียนรู้ความลับเกี่ยวกับตัวเอง ว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็นลูกครึ่ง และรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ Blue Blood และ Silver Blood รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับการตายของบรรดาสาวสังคมวัยรุ่น เล่มสองเธอจึงไปที่เวนิส เพื่อตามหาตาของเธอ และค้นหาความลับเกี่ยวกับการฆาตกรรมค่ะ
การที่ข้ามเล่ม 1 ไป จึงเป็นการยากที่จะอ่านเล่ม 2 ได้ครบอรรถรส เพราะเล่ม 2 ได้ spoiled ปมปัญหาในเล่ม 1 เรียบร้อยแล้ว จนอาจทำให้ผู้อ่านบางส่วนเสียอารมณ์ที่อ่านเล่มนี้ก่อน โดยส่วนตัวแล้ว จขบ.คิดว่าสนพ.คงจะพิมพ์ Revelation เล่ม 3 ของชุดต่อ เนื่องจากเล่ม 2 ได้จบลงพร้อมด้วยปัญหาที่ยังคงค้างคา และอยากให้จะพิมพ์เล่ม 1 ออกมาให้ผู้ที่ซื้อเล่ม 2 ไปได้อ่านเนื้อเรื่องที่ครบถ้วนค่ะ

Revelations
สรุป
สิ่งที่จขบ.ต้องการ ไม่ใช่เพื่อทำลายชื่อเสียงของสนพ. เพราะเข้าใจดีว่าเป็นสนพ.เล็กและยังใหม่อยู่ แต่อยากให้สนพ.ได้แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง และอยากให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงการกระทำของสนพ. สุดท้ายนี้ ก็ได้แต่หวังว่าสนพ.จะปรับปรุงเรื่องระบบการทำงาน รวมทั้งแสดงความรับผิดชอบให้เห็นนะคะ